รื้นเริงกับปีใหม่ไทยที่จังหวัดเชียงใหม่

ศาสนาพุทธเป็นในช่วงเวลาที่จะได้มองเห็นเมืองลำดับที่สองของเมืองจังหวัดเชียงใหม่

ปีใหม่ของซึ่งเป็นเมืองที่เบิกบานใจเยอะที่สุดจากขบวนทางศาสนาไปจนกระทั่งขบวนกันน้ำ ในตอนหลายเดือนที่ผ่านเลยมาหน้าร้อนได้สร้างเสด็จขึ้นสู่ภาคเหนือของเมืองไทยและก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆเพิ่มแนวเขาที่ปกคลุมเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความร้อน จนกระทั่งช่วงกลางเดือนม.ย.มีหมอกแน่นหนาผึ่งผอมบางผุดขึ้นมาจากพุทธรูปปิดทองที่จ้องออกมาจากวัดของเมือง 300 ที่ กลิ่นของ frangipani, มะม่วงรวมทั้งของกินที่มีรสเค็มมากมายๆได้รับการปรุงสุกช้าๆจนถึงเปลี่ยนเป็นพลาสมาที่สุก รายละเอียดของคูน้ำสี่ไมล์ที่กอดเมืองเก่าที่ต้มไปในน้ำซุปที่เป็นสีเขียว

การประสมประสานระหว่างความนับถือทางศาสนาที่สง่างามความเลื่อมใส

อะไรบางอย่างจะต้องให้และไม่สามารถคอยกระทั่งฝนจะตกสู่สิ้นเดือนพ.ค. ในช่วงค่ำตอนวันที่ 12 เดือนเมษายนทางเดินของเมืองเริ่มมีมวลกับทหารน้ำที่น่าระทึกใจนิ้วมือบนทริกเกอร์พลาสติกนิ้วโป้งมือกดบนปลายท่อน้ำพัสดุภัณฑ์ ด้านหน้าเป็นมรสุมที่มนุษย์ทำขึ้นสี่วันซึ่งจะเต็มไปด้วยถนนหนทางในเมืองรวมทั้งทุกคนที่แล่นเรืออยู่ในนั้น ขนบธรรมเนียมวันสงกรานต์เป็นจารีตประเพณี สเปรย์รวมทั้งสวดมนต์ไหว้พระที่เป็นเครื่องหมายของวันขึ้นปีใหม่ของศาสนาพุทธในวันที่ 15 เดือนเมษายนนี้เป็นการประสมประสานระหว่างความนับถือทางศาสนาที่สง่างามความเลื่อมใสในครอบครัวรวมทั้งความขนพองสยองเกล้า เป็นชื่อที่มาจากคำสันสกฤตซึ่งหมายความว่า “การปรับปรุง” หรือ “เปลี่ยนแปลง” – ราววันคริสต์มาสแล้วก็ปีใหม่ของฝรั่งที่เกลือกไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การทำร้ายฮาโลวีน

รุ่งสว่างทุกหนครอบครัวจะเข้ามาในวัดด้วยเครื่องมอบแล้วก็ตกแต่งด้วยคำมั่นสัญญา ทุกๆบ่ายไม่ค่อยมีสติสัมปชัญญะเท่าไรนักพวกเขารีบวิ่งผ่านถนนหนทางซึ่งเป็นปืนสั้นสามชั้น กิจกรรมแรกช่วยทำให้กำเนิดบาปดีรวมทั้งโชคดีครั้งลำดับที่สอง ถึงจะมองไม่น่าจะเป็นแบบนั้น แต่ว่าในเวลาที่เริ่มปีใหม่ที่เหมาะสมที่สุดบางทีอาจก่อให้เกิดการกินน้ำมูกจัญไรทะลุไปได้

คนไทยโดยประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์เป็นพุทธศาสนิกชนแล้วก็จังหวัดเชียงใหม่ 500 ปีเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาโบราณซึ่งเป็นที่ราบสูงของบ้านนอกของประเทศ – กระหยิ่มใจในฐานะที่เป็นที่เก็บของจารีตทางจิตใจวิญญาณและก็ชุมชน ไม่มีทางอื่นใดที่วันสงกรานต์ฉลองด้วยความจริงใจ: ตรงนี้สังสรรค์วันเกิดเป็นวันพิเศษแล้วก็ด้วยความกระตือรือร้นที่ดึงกลุ่มคนจากทั่วแผ่นดิน

เริ่มการเสวนาบนถนนโดยยิ่งไปกว่านั้นตอนหยุดชะงักที่ทำมาจากถังเก็บไว้ราว 8.00 น. ถึง 10.00 น. และก็คุณชอบพบว่าตนเองกำลังสนทนากับคนเหนือที่นับไม่ถ้วนที่ย้ายไปอยู่ทางด้านใตนของประเทศที่มั่งมีขึ้นเรื่อยรกรากของบรรพบุรุษสำหรับประสบการณ์ปีใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร เป็นช่องทางที่จะรื้อฟื้นแล้วก็การันตีจารีตและก็ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่คนประเทศไทยยึดมั่นไว้

Author: Ella Sanchez